[REVIEW] “It Chapter Two” ปิดฉากความสยองอย่างยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ | GOSSIP GUN

[REVIEW] “It Chapter Two” ปิดฉากความสยองอย่างยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ | GOSSIP GUN

       ขึ้นแท่นหนังสยองขวัญที่มีแฟนๆ รอคอยมากที่สุดไปแล้ว สำหรับ It Chapter Two หลังจากภาคแรกนั้น กวาดรายได้อย่างถล่มทลาย โดยเฉพาะในอเมริกาจนกลายเป็นหนังสยองขวัญที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลที่นั่น อย่างที่ทราบกันว่า It ดัดแปลงจากนิยายขายดีของ สตีเฟ่น คิง เจ้าพ่อนิยายเขย่าขวัญ ซึ่งภาคแรก เล่าเหตุการณ์เพียงครึี่งเดียวของหนังสือเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่ค่ายหนังจะอนุมัติสร้างภาคต่ออย่างรวดเร็ว และนำเรื่องราวครึ่งเล่มที่เหลือ กลับมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนคอหนังทั่วโลกจะได้ชมกันในสุดสัปดาห์นี้

       It Chapter Two เล่าเหตุการณ์ 27 ปีหลังจากภาคแรก เมื่อเด็กๆสมาชิกของลูซเซอร์คลับต่างเติบโตและแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงไมค์เป็นสมาชิกคนเดียวของแก๊งที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแดร์รี่ ซึ่งครบรอบช่วงเวลาที่เพนนีไวซ์ ปีศาจในคราบตัวตลกจะต้องกลับมาหลอกหลอน และคร่าชีวิตผู้คนในเมืองอีกครั้ง ไมค์จึงทำตามสัญญาในการตามเพื่อนๆ กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อจัดการเพนนีไวซ์ให้สิ้นซาก เพื่อสานต่อภารกิจในวัยเด็ก ที่พวกเขายังทำไม่สำเร็จ และทิ้งไว้ข้างหลัง

       แน่นอนว่า It Chapter Two มาเพื่อสานต่อเรื่องราวในภาคแรกให้จบบริบูรณ์มากที่สุด อย่างที่กล่าวไปตอนต้น ว่าต้นฉบับหนังสือนั้น มีเพียงเล่มเดียว ดังนั้นภาคนี้เป็นเหมือนครึ่งหลังของเรื่องราวมากกว่าภาคต่อ ที่แบ่งกันไปอย่างชัดเจน ดังนั้นแม้หนังจะยาวถึงเกือบ 3 ชั่วโมง แต่หนังไม่เสียเวลาในการย้อนความใดๆ ทั้งนั้น เริ่มต้นเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ของเดอะลูซเซอร์คลับในวัยผู้ใหญ่ทันที

       โดยรวมยังถือว่า It Chapter Two มีความเอพิคไม่แพ้ภาคแรก แต่หลายๆ อย่างยังคงสู้ภาคแรกไม่ได้ ต้องยอมรับว่าแก๊งลูซเซอร์คลับในวัยเด็กนั้น มีเสน่ห์มากกว่า ด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็ก ที่ต้องมาเผชิญกับเรื่องสุดสยอง มันน่าสนใจมากๆ แต่แก๊งลูซเซอร์คลับในวัยโตนั้น คือกลุ่มผู้ใหญ่อมทุกข์ ที่เก็บงำอดีตไว้ข้างหลัง ดังนั้นเสน่ห์อาจจะไม่ได้มากเท่าภาคแรก แต่ให้ความน่าสนใจไปอีกแบบ และต้องปรบมือให้การคัดเลือกนักแสดง ที่ทั้งสองรุ่นนั้น มีคาแร็คเตอร์ที่ใกล้เคียงกันมากๆ แม้ว่าจะไม่ได้ดูภาคแรกมาหลายปีแล้ว แต่ผู้ชมก็สามารถโยงได้ไม่ยากกว่าใครเป็นใคร

       ส่วนที่ชื่นชอบสำหรับ It Chapter Two คือหนังเล่าเรื่องได้อย่างน่าติดตาม เป็น 3 ชั่วโมงที่ผ่านไปไวมาก และแทบไม่มีจุดที่น่าเบื่อเลย หนังผสมปมดราม่าและฉากเขย่าขวัญได้อย่างน่าสนใจ และหยอดมุกตลกเข้ามาเพื่อเบรกอารมณ์เป็นระยะๆ แม้ฉากสยองขวัญจะยังไม่มากเท่าภาคแรก แต่ทุกครั้งที่มา ต้องบอกว่า ทำเอาประสาทแดกมากๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์สำหรับหนังที่สร้างจากนิยายของ สตีเฟ่น คิง หลายฉากแอบได้กลิ่นอายมาจาก The Shining หนึ่งในหนังคลาสสิกตลอดกาลของเขาด้วยซ้ำ โดยรวมต้องถือว่าหนังค่อนข้างจะลงตัว แม้ส่วนตัวผู้เขียนจะไม่ค่อยชอบวิธีการจัดการเพนนีไวซ์ก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อเรื่องราวดำเนินไปถึงตอนอวสาน หนังแลนดิ้งได้อย่างสวยงามมาก

       อีกหนึ่งข้อดี คือหนังกระจายพื้นที่ให้กับแต่ละตัวละครอย่างเหมาะสม แทบจะเด่นทุกตัวเลยทีเดียว แต่ที่เปล่งประกายออกมาจากจอมากที่สุด หนีไม่พ้นสองบิลล์ อย่างบิลล์ เฮเดอร์ ในบทของริชชี่วัยโต ที่มีมุมให้เขาแสดงได้หลากหลายมาก และบิลล์ สการ์การ์ด ในบทของเพนนีไวซ์ ที่ภาคนี้ทุ่มสุดตัวจริงๆ หลายฉากชวนขนลุกขนพอง และต้องชมกลับไปยังนักแสดงกลุ่มเด็กของ เดอะลูซเซอร์คลับอีกรอบ แม้ว่าภาคนี้จะไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนัก แต่ทุกครั้งที่พวกเขาปรากฏตัวบนจอ เพิ่มเสน่ห์ เพิ่มความสดใสให้กับหนังภาคนี้มากๆ (ที่ทั้งเรื่องแทบจะมืดมนไปเสียหมด)

       สรุปแล้ว It Chapter Twoเป็นครึ่งหลังของภาคแรกที่มาเพื่อทำให้เรื่องราวทั้งหมดสมบูรณ์แบบ ยังถือว่าเป็นหนังผีที่ยิ่งใหญ่ สนุกครบรสเหมือนเดิม ฉากเขย่าขวัญยังคงสั่นประสาท หลากหลาย และน่าสนใจเหมือนเดิม ส่วนตัวผู้เขียนแอบชอบภาคแรกมากกว่านิดหน่อย ด้วยเสน่ห์ของนักแสดงทีมเด็กที่ยังประทับใจอยู่ ใครที่ดูภาคแรกแล้ว ต้องไม่พลาดภาคนี้จริงๆ

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)