ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

[REVIEW] “Free Guy” หนังแอ็กชันฟีลกู้ดเมื่อโลกของเขาเป็นแค่วีดีโอเกม | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Free Guy” หนังแอ็กชันฟีลกู้ดเมื่อโลกของเขาเป็นแค่วีดีโอเกม | GOSSIP GUN

ถือเป็นโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในอเมริกา จนกระทั่งล่าสุดดิสนีย์ไฟเขียวสร้างภาคต่อกันไปแล้ว สำหรับ Free Guy หนังแอ็กชันเบาสมองคอนเซปท์ล้ำเลิศของพระเอก ไรอัน เรย์โนลด์ ที่เขาเผยว่า นี่คือหนังที่เขาลงมามีส่วนร่วมกับทุกๆขั้นตอนมากที่สุดนับตั้งแต่ Deadpool ดังนั้นหนังจึงมีคาแรคเตอร์และอารมณ์ขันสไตล์เขาอย่างเต็มที่ บวกกับวิสัยทัศน์ของ ชอว์น เลวี่ ผู้กำกับจาก Night at the Museum และ Real Steel ที่พระเอกผลงานเรื่องหลังอย่าง ฮิวจ์ แจ็คแมน เป็นคนแนะนำ ชอว์นให้ได้รู้จักกับไรอัน และพอได้ร่วมอ่านบทภาพยนตร์กัน ก็ตกลงร่วมงานกันในที่สุด !

ไรอัน เรย์โนลด์ รับบทกาย หนุ่มแบงก์ในเมืองฟรีซิตี้ เขาคือชายที่ทุกเช้าตื่นมาและใช้ชีวิตซ้ำๆทุกวัน ไม่มีอะไรหวือหวา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเขาความจริงสุดตะลึงว่า โลกที่เขาอาศัยอยู่นั้น ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง เป็นเพียงวีดีโอเกมส์เท่านั้น ส่วนเขาเองยังเป็นแค่ NPC คือตัวละครที่ไม่มีบทบาท ไม่มีผู้เล่นควบคุมในโลกของเกมนี้ และปัญหาหลักก็เกิดขึ้น เมื่อโลกเกมของเขากำลังจะถูกปิดตัวลง กายจึงต้องทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือโลกทั้งใบและเพื่อนๆของเขาในเกมแห่งนี้ ให้อยู่ต่อไปให้ได้

อันที่จริงแล้ว Free Guy ก็มีคอนเซปท์หลักแบบ Ready Player One, The Matrix หรือแม้แต่ Space Jam ที่เป็นโลกอีกใบที่ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ พระเอกของเราไม่ได้มีตัวตนในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยซ้ำ และสิ่งที่ฉีกออกไปอย่างแน่นอน คืออารมณ์ขันในแบบของหนัง ไรอัน เรย์โนลด์ ที่ส่งให้ Deadpool ประสบความสำเร็จมาแล้ว แม้เรื่องนี้จะไม่ได้เป็นหนังเรต R มุกไม่ได้โหดหรือหยาบคาย แต่ก็ต้องถือว่า กลิ่นอายในแบบของเขายังอยู่มากๆ

แน่นอนว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน Free Guy คืออารมณ์ขันที่แพรวพราว พอหนังเล่าถึงโลกในวีดีโอเกมส์ มันก็เปิดทางให้เล่นมุกที่สร้างสรรค์ได้มากมาย สามารถหยิบเอาสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมทั่วไป มาแซว มาเล่นได้อย่างสนุกสนาน แม้แต่คนที่ไม่ได้เล่นเกม ก็สามารถสนุกกับอารมณ์ขันเหล่านี้ได้ บวกกับฉากแอ็กชั่นสุดตื่นตา (แน่นอนว่าโลกของวีดีโอเกม อะไรก็เกิดขึ้นได้) แต่สิ่งที่เซอร์ไพรสที่สุดของ Free Guy คือองค์ประกอบด้านความโรแมนติกที่ใส่เข้ามา และทำได้ดีด้วย มุมนึงของหนังสามารถตัดแยกออกมาเป็นหนัง โรแมนติกคอเมดี้ที่น่ารักๆได้เลยทีเดียว ซึ่งมุมรอมคอม มุมฟีลกู้ดของหนังนี่เอง ที่น่าจะทำให้ชนะใจคนดูได้ไม่อยาก และทำให้หนังยิ่งน่าประทับใจเข้าไปอีก

สิ่งที่แฟนๆคาดหวังจาก ไรอัน เรย์โนลด์ ก็น่าจะได้ครบถ้วนจากเรื่องนี้ แม้จะไม่ฮาร์ดคอร์เท่า Deadpool แต่ก็มีมุมกวนประสาทโผล่มาให้หัวเราะกันอยู่บ่อยๆ แต่ที่โดดเด่นมากจริงๆ คือ โจดี้ โคเมอร์ นางเอกของเรื่อง ที่ต้องบอกว่ามีเสน่ห์สุดๆ เราจะได้เห็นเธอเล่นในหลายๆแง่มุม บอกเลยว่านักแสดงสาวจากซีรีส์ Killing Eve คนนี้น่าจับตามองอย่างมาก เพราะหลังจาก Free Guy แล้ว ปลายเดือนนี้เธอจะแสดงใน The Last Duel หนังพีเรียดประกบ แมตต์ เดม่อน และเบน แอฟเฟล็ก ซึ่งหลายเสียงบอกว่าเธอฉายแววมากๆด้วย ก็รอชมกันต่อในเรื่องนั้น ส่วนอีกหนึ่งนักแสดงใน Free Guy ที่ดูดีทีเดียวคือ โจ คีรีย์ จากซีรีส์ Stranger Things (ที่อำนวยการสร้างโดย ชอว์น เลวีย์ ผู้กำกับเรื่องนี้) เขาดูมีออร่าพอสมควร กับบทหลักในหนังครั้งแรก ถือว่าเป็นอีกคนที่ต้องจับตา

Free Guy ถือว่าเป็นหนังแอ็กชั่นเบาสมองที่แพรวพราวและเพลิดเพลินมากๆ มีส่วนผสมของฉากบู๊ อารมณ์ขัน ความโรแมนติกน่ารัก และความฟีลกู้ดส่งพลังใจได้อย่างลงตัวเลย แถมงานวิชวลในหนังยังชวนตื่นตาอีกด้วย แม้เราจะเห็นโลกของวีดีโอเกมถูกสร้างสรรค์ในหนังหลายๆเรื่อง แต่ Free Guy ก็มีสไตล์ที่โดดเด่นในแบบของมัน ใครที่เป็นแฟนของ ไรอัน เรย์โนลด์ บอกเลยว่าเรื่องนี้สนุกและดูเพลินจริงๆ

(ให้ 8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)