ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

[REVIEW] “Supernova” หนังรักบีบหัวใจกับการแสดงอันทรงพลัง | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Supernova” หนังรักบีบหัวใจกับการแสดงอันทรงพลัง | GOSSIP GUN

นี่คือหนังโรแมนติกดราม่าที่อ่านพล็อตครั้งแรกก็สะเทือนใจขั้นสุดแล้ว Supernova เล่าถึงแซมและทัสเกอร์ คู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 20 ปี จนกระทั่งวันที่ข่าวร้ายมาถึง เมื่อทัสเกอร์พบว่าตนเองกำลังป่วยเป็นภาวะสมองเสื่อม ซึ่งนำมาสู่การค่อยๆสูญเสียความทรงจำ ในอีกไม่ช้าทัสเกอร์กำลังจะลืมทุกสิ่งไปตลอดกาล รวมถึงแซม ชายที่เขารักมากที่สุดในชีวิต และเพื่อสร้างความทรงจำครั้งสุดท้าย แซมและทัสเกอร์จึงจับมือกันจัดทริป ขับรถบ้านสู่ทะเลสาปที่สวยงาม สถานที่ซึ่งทั้งสองพบรักกัน เพื่อสร้างทริปแห่งความสุขครั้งสำคัญ ก่อนที่พวกเขาจะไม่สามารถมีโมเมนต์แบบนี้ได้อีกต่อไป

หนังเรื่องนี้เป็นการมาเจอกันของ โคลิน เฟิร์ธ นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The King's Speech และสแตนลีย์ ทุชชี่ นักแสดงที่เคยเข้าชิงออสการ์จาก The Lovely Bones และคนไทยรู้จักเขาดีจากผลงานมากมาย รวมถึง The Devil Wears Prada แน่นอนว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน Supernova คือการแสดงของทั้งสอง โคลินต้องรับบทแซม ชายที่คนรักกำลังจะลืมเขาไปทีละนิด แน่นอนว่าโคลินถ่ายทอดความเจ็บปวดนี้ได้อย่างถึงอารมณ์ที่สุด แต่ที่ต้องลุกขึ้นปรบมือให้เลยคือ สแตนลีย์ ทุชชี่ เขาคือสิ่งที่เซอร์ไพรสมากที่สุดในหนังเรื่องนี้ แม้ทัสเกอร์จะเป็นผู้ป่วย แต่แสตนลีย์สร้างตัวละครนี้ให้เป็นมนุษย์มากๆ มีทั้งมุมสร้างรอยยิ้ม และแสดงถึงความเจ็บปวด หลายประโยคที่ชวนให้คิดต่อ หรือกินใจ ก็มาจากคำพูดของตัวละครนี้

Supernova เป็นหนังรักที่เล่าเรื่องแบบนิ่งๆครับ แต่ไม่มีนาทีไหนของมันที่น่าเบื่อเลย สิ่งที่ดีงามมากๆคือมันสามารถสะกดเราไว้กับหนังได้ตลอด 90 นาที ทุกนาทีเหมือนเป็นโมเมนต์วิเศษอะไรบางอย่าง จะด้วยบทภาพยนตร์ ด้วยการแสดงของทั้งโคลินและแสตนลีย์ หรือจะด้วยงานภาพที่งดงาม และถ่ายทอดธรรมชาติได้อย่างถึงอารมณ์ ทุกองค์ประกอบรวมกันจนทำให้Supernova คือหนังที่ตรึงอารมณ์ได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะในองก์สุดท้าย ที่กำลังเดินทางเข้าสู่จุดพีกและปมไคลแมกซ์ของหนัง มันนิ่ง มันเงียบ แต่มันทรงพลังอย่างมาก หลายฉากในช่วงท้ายๆ ทุกบทสนทนาเหมือนเข้าไปบีบหัวใจผู้ชมในแทบทุกนาทีเลยก็ว่าได้

นอกจากการตรึงอารมณ์และการแสดงของทั้ง 2 นักแสดงนำแล้ว Supernova ยังโดดเด่นทั้งในแง่ของการบาลานซ์มุมมองของตัวละคร หนังเล่าถึงคู่รักที่หนึ่งในนั้นกำลังจะลืมทุกอย่าง หนังพาเราไปสำรวจทั้งแง่มุมของคนที่กำลังจะลืม และคนที่กำลังถูกลืม อย่างพอดิบพอดี ด้วยแง่มุมที่เป็นจริง ไม่ได้ฟูมฟายหรือขยี้จนเกินไป นั่นทำให้เรายิ่งรู้สึกจริงไปกับสถานการณ์ที่ทั้งสองกำลังเผชิญ และเชื่อว่าแทบทุกคนจะต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าถ้าเราเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นคนที่ถูกลืม หรือคนที่กำลังจะลืมเอง เราจะทำเช่นไร เราจะทำแบบที่ตัวละครในหนังเลือกจะเผชิญหรือไม่ หนังตั้งประเด็นเพื่อให้ผู้ชมไปหาคำตอบกันต่อ และหลายประเด็นในหนังก็สะท้อนกลับมายังสังคมไทยอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการสมรสเท่าเทียม ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบ แซมและทัสเกอร์กับคู่รักในบ้าน มันจะเป็นเช่นไร ?

Supernova คือหนังรักที่ในจังหวะที่มันต้องงดงาม ก็ช่างสว่างวาบ เรียกรอยยิ้ม เรียกเสียงหัวเราะ และมอบความอิ่มเอมใจให้กับผู้ชมขั้นสุด และในจังหวะที่มันต้องมืดมน หนังก็พาอารมณ์ของผู้ชมดิ่งลงไปสุดๆเช่นกัน ตรงตามคอนเซปท์ของชื่อหนังเลย ที่หมายถึงระเบิดตัวของดาวฤกษ์ ในยามที่สว่างจ้าก็สว่างขั้นสุด ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดและดับหายไปตลอดกาล นี่คือหนังคุณภาพอีกเรื่องที่ไม่อยากให้พลาด ท่ามกลางหนังบล็อกบัสเตอร์มากมายในโรงภาพยนตร์ ถ้าคุณกำลังมองหาทางเลือกที่แตกต่าง หนังดราม่าที่บีบหัวใจ ขอแนะนำเรื่องนี้ครับ

(ให้ 8.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)