ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

[REVIEW] “Cinderella (2021)” ตีความใหม่ในเอนเนอร์จี้แบบ Pitch Perfect | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Cinderella (2021)” ตีความใหม่ในเอนเนอร์จี้แบบ Pitch Perfect | GOSSIP GUN

ขึ้นแท่นหนังจากนิทานแฟรี่เทลที่ถูกสร้างบ่อยสุดแล้วสำหรับ Cinderella โดยฉบับล่าสุดเป็นงานของ เคย์ แคนน่อน โปรดิวเซอร์สาวจากหนังเพลงสุดฮาอย่าง Pitch Perfect ที่หยิบเอาเรื่องราวของซินเดอเรลล่า มาดัดแปลงใหม่ในแบบของเธอ ให้ทันสมัยขึ้น แตกต่างไปจากเดิม และที่สำคัญคือการเล่าแบบ Jukebox Musical (แบบเดียวกับ Pitch Perfect) ที่หยิบเอาเพลงฮิตที่ร้อยเรียงในหนัง สลับกับเพลงป็อปใหม่ๆที่แต่งสำหรับหนังด้วย ซึ่งความฮือฮาตั้งแต่ประกาศสร้างคือการที่หนังได้ คามิลล่า คาเบลโล่ อดีตสมาชิกของ Fifth Harmony และโด่งดังในฐานะศิลปินเดี่ยวจาก Havana และ Senorita มารับบทดังกล่าว แน่นอนว่าเรื่องเสียงเราไว้ใจเธอได้อยู่แล้ว แต่ในฐานะซินเดอเรลล่า คามิลล่าจะถ่ายทอดออกมาแบบใด ?

แม้โครงหลักของ Cinderella 2021 จะคล้ายๆเดิม แต่ก็มีการปรับรายละเอียดอยู่หลายจุด เริ่มจากซินเดอเรลล่า ใช้ชีวิตอยู่ในห้องใต้ถุนบ้านกับแม่เลี้ยงใจร้ายและพี่สาวอีกสองคนของเธอ (ซึ่งฉบับนี้ได้ อีดีน่า เมนเซล ตัวแม่ของมิวสิคัล เจ้าของบทเอลซ่าใน Frozen มารับบทดังกล่าว) ความฝันของเอลล่าในฉบับนี้คือเธออยากเป็นดีไซเนอร์ อยากมีห้องตัดเสื้อเป็นของตัวเอง แต่ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาติให้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง (เอ้า) จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ไปเจอเจ้าชายที่แอบออกมานอกวัง และเจ้าชายได้ชวนให้เธอไปงานเต้นรำ (ซึ่งนางเอกไม่รู้ว่านี่คือเจ้าชาย) เส้นเรื่องหลังจากนั้นทุกคนก็คงรู้ดีอยู่แล้ว แต่ความพิเศษมากๆในฉบับนี้ คือการได้ บิลลี่ พอร์เตอร์ สไตล์ไอค่อนคนดัง มารับบทนางฟ้าแม่ทูลหัว ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่บทนี้ ได้ชายผิวดำซึ่งเป็น LGBT+ มารับบทดังกล่าว ซึ่งเป็นการตีความใหม่ที่เด็ดและน่าสนใจมากๆ

โดยรวม Cinderella ฉบับใหม่มีกลิ่นอายคล้ายกับหนังอย่าง Pitch Perfect ที่เคย์โปรดิวซ์มากๆ หนังมาในเอนเนอร์จี้ที่คล้ายๆกัน (หลายคนก็เอาไปเทียบกับ Glee ว่าได้ฟีลประมาณนั้น) โดยรวมถือว่าดูเพลิน เป็น Cinderella ฉบับที่ดูสนุกและไม่ซ้ำซากกับเวอร์ชั่นก่อนๆ ยังคงมีอะไรใหม่ๆ ให้แปลกใจหรือเซอร์ไพรสระหว่างทางพอสมควร แต่ความน่าเสียดายสำหรับผู้เขียนคือ เราคาดหวังให้มันแอบจัดจ้านได้กว่านี้ ทั้งในแง่ของมิวสิคัลหรืองานออกแบบงานสร้าง ไหนๆจะมาทางแซ่บแล้ว ก็ไปให้สุด(ถึงขั้นมีนางฟ้าแม่ทูลหัวเป็น LGBT+ แล้ว ก็ไปให้สุดในทุกๆทางสิจริงมั้ย) แต่มันกลับยังไปครึ่งๆกลางๆเท่านั้น ทั้งในแง่ความสนุกจากมุกตลก ที่ยังไม่มากพอ หรือแม้แต่ความเป็นมิวสิคัล ซึ่งปีนี้ถือว่าคู่แข่งเยอะมาก ความสุนทรีย์ของเพลงและวิชวลในฉากเพลง ยังตื่นตาสู้หนังอย่าง In The Heights และ Vivo ที่ฉายไปก่อนหน้านี้ไม่ได้

คามิลล่า คาเบลโล่ เป็นตัวเลือกสำหรับบทนี้ได้อย่างน่าสนใจ เธอคือนักร้องที่ทั้งเสียงและคาแร็คเตอร์ชัดเจน ทำให้ซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นเธอไม่เหมือนใครแน่นอน โดยเฉพาะความมั่นใจให้คะแนนทะลุ 100 ไปเลย แต่เหมือนเธอไม่ถูกดันให้มากพอ เพราะคามิลล่าบนเวทีคอนเสิร์ตเธอทั้งแซ่บ ทั้งน่าดึงดูดทั้งทรงพลังมากกว่านี้ แต่ฉากเพลงในหนังกลับงั้นๆ จนแอบเสียดายพลังของเธอ ไม่รู้ว่าด้วยทุนสร้างหรืออะไรที่ไม่สนับสนุนให้ฉากมิวสิคัลดูอลังการมากพอ แต่ที่ขโมยซีนและกวาดคะแนน 10 10 10 ไปเลย คือ บิลลี่ พอร์เตอร์ในบทนางฟ้าแม่ทูนหัว ละสายตาจากความเป๊ะของตัวละครนี้ในฉบับใหม่ไม่ได้เลย น่าเสียดายที่เขาปรากฏตัวเพียงแค่ฉากเดียวเท่านั้น

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับ Cinderella ในฉบับ 2021 คือการหยิบยกประเด็น Feminism สอดแทรกเข้ามา ทั้งเอลล่าที่ฝันอยากเป็นเจ้าของห้องเสื้อ แต่ในโลกของเธอมีแต่ผู้ชายทำธุรกิจ, น้องสาวของเจ้าชาย (พระเอก) ที่ฝันอยากปกครองประเทศ แต่ถูกกีดกันด้วยเพศสภาพ หรือแม้แต่ปมของแม่เลี้ยงใจร้ายที่ทำไมเธอถึงกลายมาเป็นแบบนี้ จริงๆเป็นการปรับรายละเอียดที่น่าสนใจและเข้ากับยุคสมัยมากๆ แต่น่าเสียดายที่มันยังเล่าแบบเล่นๆมากเกินไป แม้แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องก็ไม่ได้ให้ความหนักแน่นมากพอ ประเด็นเหล่านี้เลยเหมือนใส่เข้ามาเพราะแค่อยากเล่า แต่ไม่มีแรงสนับสนุนมากพออย่างน่าเสียดาย ทำให้โดยรวม Cinderella ฉบับใหม่เป็น Musical-Comedy-Fantasy ที่มีรายละเอียดน่าสนใจแปลกใหม่หลายจุด แต่มันยังไปไม่สุดพอ ยังขาดความลงตัวอีกมากมาย ถือว่าดูได้เพลินๆในวันหยุด แต่คงไม่ใช่หนังที่เป็นจุดเปลี่ยนเท่าไหร่นัก

(ให้ 6 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)