ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

[REVIEW] “Mortal Kombat” เกมการต่อสู้ครั้งใหม่ที่โหดสะใจยิ่งกว่าเดิม | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Mortal Kombat” เกมการต่อสู้ครั้งใหม่ที่โหดสะใจยิ่งกว่าเดิม | GOSSIP GUN

          สำหรับมนุษย์ยุค 90 ที่ผ่านการเล่นวีดีโอเกมส์ คงไม่มีใครไม่รู้จัก Mortal Kombat เพราะนี่คือเกมการต่อสู้ระดับตำนานที่ได้รับการต่อยอดไปในหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับภาพยนตร์ ที่เคยมีการสร้างออกมาในปี 1995 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกของผู้กำกับ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน (ซึ่งต่อมากลายเป็นเจ้าพ่อหนังเกมจากทั้ง Resident Evil และ Monster Hunter) หนังถือว่าประสบความสำเร็จ จนกระทั่งมีภาคต่อตามออกมา แต่ล้มเหลวทางด้านรายได้ ซึ่งทางนิวไลน์ สตูดิโอเจ้าของโปรเจกต์พยายามชุบชีวิตแฟรนไชส์นี้อยู่หลายครั้งหลายครา และกลายเป็นจริงในที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งสร้างความฮือฮาสุด คงหนีไม่พ้น เจมส์ วาน ผู้กำกับจาก The Conjuring และ Aquaman ที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเวอร์ชั่นนี้ โดยหน้าที่ผู้กำกับตกเป็นของ ไซม่อน แมคควอด ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ขอคุมโปรเจกต์นี้เป็นครั้งแรก

          สำหรับ Mortal Kombat ในฉบับนี้ โฟกัสในเหตุการณ์ยุคปัจจุบัน เล่าถึงโคล หนุ่มที่ใช้ศิลปะการต่อสู้ในการหาเงิน เขาลงแข่งในสังเวียนมวยเพื่อแลกกับผลตอบแทนในการดูแลลูกกับเมีย จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายปริศนาที่ชื่อว่าแจ็กซ์ มาบอกเขาถึงสังเวียนการต่อสู้ มอร์ทัล คอมแบท ซึ่งทั้งโคลและแจ็กซ์ ต่างมีปานประหลาดลายมังกร ซึ่งสื่อว่าพวกเขาคือผู้ถูกเลือกให้ขึ้นสังเวียนนี้ ทำให้โคลต้องเดินทางไปยังวิหารของไรเด็น เพื่อฝึกฝีมือให้แกร่งกล้าและค้นหาพลังที่แท้จริงของเขา ในขณะเดียวกัน โคลก็กำลังถูกตามล่าโดยซับซีโร่ วายร้ายที่ใช้พลังควบคุมจุดเยือกแข็งเป็นอาวุธ ที่เขาพยายามทำทุกทางเพื่อกำจัดบุคคลที่กำลังจะขึ้นสังเวียนมอร์ทัล คอมแบท ซึ่งเคยมีคำนายว่าอาจเป็นทายาทของ ฮานโซ ฮาซาชิ นักรบในตำนานผู้เก่งกล้า

          อันที่จริงแล้ว Mortal Kombat ก็มีภาพรวมที่คล้ายๆกับหนังที่สร้างจากวีีดีโอเกมส์ทั่วไป คือหนังก็ไม่ได้เน้นหรือมีเส้นเรื่องอะไรมากมายนัก แต่ไปเน้นที่ฉากการต่อสู้ต่างๆ ซึ่งกลับกลายเป็นจุดเด่นของ Mortal Kombat ในฉบับนี้ คือหนังตั้งเป้าว่าจะเป็นหนังบู๊สายโหด และต้องการที่จะได้เรต R เพราะฉะนั้นจึงไปสุดทางแบบไม่ยั้งมือ หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็กชั่นที่กล้าการันตีว่าสะใจคอหนังบู๊แน่ๆ เพราะเลือดเป็นเลือด เล่ะเป็นเล่ะ เต็มไปด้วยฉากการสังหารที่ทั้งฟันและแทงกันแบบเน้นๆ (แน่นอนว่าไม่เหมาะกับเด็กๆแน่) เหมือนผู้สร้างรู้ตัวดีว่าอะไรคือจุดเด่นของหนัง ก็ไปให้สุด โดยหนังมีฉากแอ็กชั่นที่กระจายอยู่ทั่วเรื่องมากมาย และได้เห็นศิลปะการต่อสู้ในหลากหลายรูปแบบ ด้วยความสามารถของตัวละครนำที่ต่างกันไป

          สิ่งที่น่าเสียดายนิดๆสำหรับ Mortal Kombat ฉบับรีบูทนี้ คือหนังตั้งตัวเองเป็นภาคต้นกำเนิดมากจนเกิดไป ทำให้เส้นเรื่องส่วนใหญ่ของหนังเน้นไปทางปูเรื่องและแนะนำตัวละคร สิ่งที่เป็นไฮไลต์จริงๆหนัง Mortal Kombat ก็คือฉากประลองสังเวียนดังกล่าว จึงยังมาไม่ถึง กลายเป็นว่าหนังเต็มไปด้วยฉากต่อสู้ระหว่างตัวละครต่างๆ แต่กลับไม่ได้มีฉากใหญ่ที่แท้จริงที่แฟนๆรอคอยอยู่ ต้องไปลุ้นกันต่อว่าหนังจะทำรายได้ดีขนาดไหน และมีโอกาสจะสร้างภาคต่อได้หรือไม่ เราถึงจะได้ไปลุ้นฉากใหญ่จริงๆในตอนนั้น ทำให้ปัญหาหลักคือ หนังปูเรื่องไว้เสียเยอะแต่ไม่รู้จะได้สานต่อเรื่องราวหรือไม่ ในขณะเดียวกัน หนังก็เลือกใช้ตัวละครที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้อาจจะไม่ได้มีใครเด่นพอที่จะทำให้เราอินไปด้วย แม้แต่พระเอก (ตัวละครโคล) ที่ปูมาน่าสนใจ แต่ก็ถูกเทความสนใจไปยังตัวละครอื่นอยู่บ่อยๆ

          อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า Mortal Kombat ฉบับใหม่นี้ ถือว่ารีแบรนด์ตัวเองได้ค่อนข้างดี จากหนังและวีดีโอเกมส์ที่ดูติดเชยนิดๆ ถูกทำออกมาใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น โหดสะใจมากขึ้น แม้แต่เพลงธีมของหนังที่ติดหูมากมาย ยังถูกเรียบเรียงใหม่ให้เป็นแบบ EDM ในช่วงท้าย ซึ่งทันสมัยมากๆ ถือเป็นหนังแอ็กชั่นศิลปะการต่อสู้ที่บันเทิงและดูได้เพลินๆพอสมควร ยิ่งดูจอใหญ่อย่าง IMAX ยิ่งเพิ่มอรรถรสได้อย่างดี แม้จะไม่ได้มีฉากแอ็กชั่นสเกลใหญ่ระดับ Godzilla Vs. Kong แต่ก็ได้เห็นหลายฉากแบบเต็มตา ถือว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

(ให้ 7 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)