ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

“มิว ศุภศิษฏ์” ไร้เจตนาลอกเลียนแบบมิวสิกวิดีโอของ “แจฮยอน” เตรียมหารือเพื่อถ่ายทำใหม่

“มิว ศุภศิษฏ์” ไร้เจตนาลอกเลียนแบบมิวสิกวิดีโอของ “แจฮยอน” เตรียมหารือเพื่อถ่ายทำใหม่

          เป็นประเด็นดราม่าต่อเนื่องกันมานานกว่า 1 สัปดาห์ สำหรับกรณีของ มิว ศุภศิษฏ์ ศิลปินและนักแสดงชื่อดัง กับผลงานชิ้นล่าสุด มิวสิกวิดีโอคัฟเวอร์เพลง “Afterglow” แต่กลับพบว่าภาพบางส่วนในมิวสิกวิดีโอดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกับมิวสิกวิดีโอคัฟเวอร์เพลง “I like me better” ของไอดอลหนุ่มชื่อดัง แจฮยอน สมาชิกวง NCT ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2019

          โดยเหตุการณ์นี้ทำให้แฟนคลับของ แจฮยอน ออกมาตั้งคำถามถึงผลงานชิ้นดังกล่าวว่า เป็นการลอกเลียนแบบหรือไม่ พร้อมกับเรียกร้องให้ มิว ศุภศิษฏ์ ในฐานะเจ้าของผลงานชิ้นดังกล่าว ออกมาชี้แจง และขอโทษต่อ แจฮยอน โดยตรง ซึ่งเหล่าแฟนคลับของ แจฮยอน ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อเนื่องผ่าน #MSSsaysorrytoJAEHYUN จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทยติดต่อกันกว่า 1 สัปดาห์

          ขณะเดียวกันทาง Mew Suppasit Studio ก็ได้ออกมาแถลงการณ์เพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 3 ฉบับ ซึ่งในแต่ละฉบับมีการระบุชัดเจนว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะลอกเลียนแบบมิวสิกวิดีโอคัฟเวอร์ของ แจฮยอน แต่อย่างใด ซึ่งแฟนคลับเองมองว่า การให้บริษัทออกมาชี้แจงนั้น เป็นเพียงหนึ่งสิ่งเท่านั้น แต่ประเด็นหลักๆ คือต้องการเรียกร้องให้ มิว ออกมาขอโทษ แจฮยอน อย่างจริงใจด้วยตัวเอง

          ล่าสุด มิว ศุภศิษฏ์ พร้อมกับ ทนายนิด้า ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะลอกเลียนแบบ

          “ตอนแรกที่เห็นเอ็มวีของเขา ต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่เราทุกคนก็ทำอยู่แล้ว และเป็นสิ่งที่ตากล้องก็จะรู้ดีว่ามันเป็นมุมที่สวย เพราะการถ่ายสตรีทวอร์คมันจะไม่หนีกัน ความรู้สึกด้านมูดแอนด์โทน คือคล้ายกันทุกเอ็มที่มีเลือกมาเป็นเรฟเฟอร์เรนเฉยๆ ครับ และผมเองก็เคยได้ดูเอ็มวีของเขาหลังจากที่เกิดเรื่องนี้แล้ว

          ผมเสียใจมากครับ เลยต้องออกมาขอโทษในวันนี้ครับ พอทราบเรื่องก็รีบทำงานลบวิดีโอออกเลย กำลังคิดว่าจะดัดแปลงดีไหม หรือว่าจะทำเป็นชิ้นใหม่ขึ้นมาเลย ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนคอนเซ็ปไปเลยครับ วันนี้ตั้งใจออกมาขอโทษทุกคนที่ได้รับผลกระทบ เรื่องนี้กลายเป็นวงกว้าง และไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลยครับ ในภายภาคหน้าจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกครับ”

          ขณะที่ ทนายนิด้า ยืนยันว่าเรื่องนี้ในมุมของกฎหมายไม่ใช่เรื่องผิด เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ได้ครอบคลุมถึงเรื่องนี้

          “ถ้ามองแบบไม่เปิดใจ มันก็คล้าย แต่มันก็คล้ายกันมาเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ในวันนี้การที่ออกมาเรียกร้อง ติดแฮชแท็กมิวก๊อปปี้ผลงานคนอื่น ก็ต้องถามกลับว่าก๊อปปี้ได้ดีแค่ไหน และเราเข้าใจคำว่ากฎหมายลิขสิทธิ์มากน้อยเท่าไหร่ วันนี้อยากมาทำให้เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ และยังไม่มีการพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับการฟ้องร้องหลายคอมเมนต์ เพราะวิจารณ์เรื่องเพลงได้ แต่การพาดพิงรุนแรงถึงประเด็นอื่น ก็อาจจะต้องออกมาปกป้องตัวเอง

          หลังจากเกิดเรื่องค่ายก็ได้ทำการลบวิดีโอดังกล่าวออกไปแล้ว ถ้าจะคิดว่าเป็นบทลงโทษ ก็คิดว่ามันพอเหมาะพอสมที่ทุกคนน่าจะรับได้แล้ว ถ้าทุกคนคิดว่ายังไม่เพียงพอ ต้องชี้ว่าต้องเป็นตัวมิวเท่านั้น และต้องทำอะไร และต้องทำกับใคร การสร้างบทลงโทษขึ้นมา ก็อยากจะถามกลับว่ามันเป็นการยุติธรรมกับมิวหรือเปล่า”