ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

[REVIEW] “Antebellum” หนังเขย่าขวัญสุดเหวอ กับประเด็นเหยียดผิว | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Antebellum” หนังเขย่าขวัญสุดเหวอ กับประเด็นเหยียดผิว | GOSSIP GUN

          ในที่สุดก็ได้เข้าฉายแล้วในสุดสัปดาห์นี้ สำหรับ Antebellum หนังเขย่าขวัญที่ถูกเลื่อนฉายจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา มาลงโปรแกรมในสัปดาห์นี้ เพราะโควิด-19 เช่นเดียวกับหนังหลายๆเรื่อง ด้วยเครดิตของโปรดิวเซอร์จาก Get Out และ Us ทำให้หนังถูกจับตามองว่า น่าจะมาพร้อมกับเส้นเรื่องที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะผลงานที่เอ่ยมานั้น เป็นหนังเขย่าขวัญที่มีมากกว่าความระทึก มาพร้อมกับเส้นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ และด้วยตัวละครหลักที่เป็นคนผิวดำ ทำให้หนังมีความแตกต่างจากหนังสยองทั่วไปอยู่แล้ว และน่าจะมีประเด็นเกี่ยวกับการเหยียดสีผิวอย่างแน่นอน หนังนำแสดงโดย จาเนลล์ โมเน่ต์ (จากMoonlight และ Hidden Figures) ในบทของ เวอร์โรนิก้า นักเขียนสาวที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เธอมีครอบครัวและอาชีพการงานที่สมบูรณ์แบบ แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลับพบว่า ตัวเองตื่นขึ้นมาในยุคก่อนสงครามกลางเมือง (หรือที่เรียกว่าAntebellum ตามชื่อหนังนั่นเองและพบว่า จากที่ตนเองมีอิสรภาพ ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นทาสไปเสียแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ และเธอจะเอาตัวรอดจากชีวิตที่ถูกคุมขังได้อย่างไร เธอจะกลับไปช่วงเวลาเดิมได้อย่างไร ต้องไปติดตามกัน

          เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสในการชม รีวิวนี้พยายามไม่สปอยล์ตอนเฉลยของหนัง ซึ่งจากการดูจบแล้ว เชื่อว่าน่าจะพอมีทั้งผู้ชมที่เดาเรื่องได้อย่างไม่ยาก และคาดเดาไม่ได้ อันที่จริงในองค์แรกของหนังนั้น ได้มีการเผยคำใบ้อยู่เรื่อยๆ ถ้าแอบจับทางได้ ก็จะคาดเดาเส้นเรื่องจริงๆได้ไม่ยากนัก แต่อยากจะแนะนำว่า ถ้าไม่ได้เดาน่าจะได้อรรถรสในการดูมากที่สุด ภาพรวมหนังมาพร้อมกับประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อดูหนังจบแล้ว ถือว่าเป็นหนังที่เสียดสีสังคมขั้นรุนแรงเรื่องนึงเลยก็ว่าได้ (แต่ไม่สามารถบอกได้ในบทความนี้ว่า ประเด็นนั้นคืออะไร อยากให้ไปชมกันเอง)

          อย่างไรก็ตาม ตัวหนังเองยังคงมีปัญหาในหลายๆส่วน ที่ทำให้ Antebellum ยังไปไม่สุดในแง่ของการเป็นหนังเขย่าขวัญ ผู้ชมจะพบว่า ชั่วโมงแรกของหนังจะเดินเรื่องค่อนข้างนิ่ง หนังมาพร้อมกับฉากที่มีความเรื่อยๆอยู่พอสมควร และถ้าคาดหวังในความสยองแบบ Get Out หรือ Us อาจจะไม่ได้เจอมากนัก ยิ่งในช่วงปูเรื่องอารมณ์ส่วนใหญ่ที่ผู้ชมจะได้จะค่อนไปทางระแคะระคายกับปมเรื่องมากกว่า ไม่ได้เจอกับอยากเขย่าขวัญมากเท่าไหร่นัก จนกระทั่ง 30 นาทีสุดท้าย ถึงจะจัดเต็มในแง่ของความระทึก อีกหนึ่งปัญหาหลักคือ Antebellum มาพร้อมกับโครงเรื่องที่น่าสนใจ แต่วิธีการเล่าเรื่อง อาจจะยังไม่ซับซ้อนมากพอ หนังค่อนข้างจะเล่นง่าย ยิ่งถ้าดูหนังแนวเดียวกันนี้มาเยอะๆ จะพบว่า ผู้กำกับสามารถใส่ความซับซ้อนและแพรวพราวในเส้นเรื่องได้มากกว่านี้

          ส่วนข้อดีที่ชัดเจนของ Antebellum อย่างที่กล่าวไปว่า หนังมาพร้อมกับประเด็นที่โคตรจะแข็งแรงแล้ว หนังยังทำได้ดีในการสร้างและรักษาบรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจตลอดทั้งเรื่อง ผู้ชมจะรู้สึกอึดอัดและกังวลแทนนางเอกพอสมควร ซึ่งนั่นโยงไปถึงการแสดงของ จาเนลล์ โมเน่ต์ ที่เธอทำได้ดีทั้งในโหมดของยุคปัจจุบัน ดูจะเป็นนักเขียนที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือ ในทางกลับกันเมื่อเธอหลุดไปอยู่ในฐานะของทาส เธอก็แสดงอารมณ์เหมือนไฟที่กำลังจะปะทุได้อย่างดี ทั้งสีหน้าและแววตา จนทำให้ผู้ชมพร้อมจะให้กำลังใจและลุ้นไปกับเธอ

          โดยรวม Antebellum คือหนังเขย่าขวัญที่มาพร้อมกับองค์ประกอบที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ประเด็นที่ต้องการการสื่อสาร การสร้างบรรยากาศความอึดอัด และการแสดงของตัวละครนำ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ หนังกลับเล่นท่าง่ายไปนิดในแง่ของการเล่าเรื่อง ที่ผู้สร้างสามารถยกระดับความซับซ้อนได้มากกว่านี้ เพิ่มฉากชวนระทึกได้มากกว่านี้ และสำหรับคอหนังเขย่าขวัญที่ดูงานประเภทนี้บ่อยๆ อาจจะพอจับทางและคาดเดาบทสรุปได้ไม่ยากนัก

(ให้ 7.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)