ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ส่อง 8 หนังโปรแกรมเด็ด เดือนสิงหาคม
ทั้งในโรงภาพยนตร์ และใน NETFLIX

ส่อง 8 หนังโปรแกรมเด็ด เดือนสิงหาคม
ทั้งในโรงภาพยนตร์ และใน NETFLIX

ส่อง 8 หนังโปรแกรมเด็ด เดือนสิงหาคม

ทั้งในโรงภาพยนตร์ และใน NETFLIX

 

 

หลังจากที่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โรงภาพยนตร์เริ่มจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะภาพยนตร์เกาหลีโปรแกรมยักษ์อย่าง Train To Busan : Peninsula ที่เข้าฉายได้ทันเวลา ช่วยให้แวดวงภาพยนตร์ในเอเชียกลับมามีสีสันอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตลอดสัปดาห์แรกในการเข้าฉาย กวาดรายได้ไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท ขึ้นแท่นหนังที่เปิดตัวแรงสุดประจำปีนี้ไปเรียบร้อย (นับตั้งแต่เดือนมกราคม) ส่วนทางด้านของ Netflix ก็ขนกองทัพหนังใหม่มาลงมากมาย แต่ที่สร้างความฮือฮาสุดคงหนีไม่พ้น The Old Guard ภาพยนตร์แอ็กชั่นสุดมันส์ของ ชาร์ลีซ เธียรอน ที่มีรายงานว่ายอดผู้ชมถล่มทลาย และอาจจะได้ฟังข่าวดีเรื่องการอนุมัติสร้างภาคต่อในเร็วๆนี้

 

เข้าสู่เดือนสิงหาคมนี้ โปรแกรมหนังน่าดูเริ่มทยอยกลับมาอีกครั้งทั้งในส่วนของโรงภาพยนตร์และใน Netflix ซึ่งคาดว่าดีกรีความคึกคักของวงการภาพยนตร์น่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปตลอดจนสิ้นปี คอลัมน์ So Watch ในสัปดาห์นี้ เลยขอหยิบโปรแกรมหนังพีคๆประจำเดือนมาแนะนำกัน ส่วนจะมีเรื่องไหนที่ห้ามพลาดกันบ้าง ไปติดตามกันเลย

 

********************************************

 

TENET



 

ภาพยนตร์โปรแกรมยักษ์ใหญ่สุดประจำเดือนสิงหาคมนี้ ที่เกือบจะไม่ได้ฉายในเดือนสิงหาคมแล้ว เนื่องจากทางวอร์เนอร์ฯ เลื่อนฉายไปหลายรอบ เพราะสถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาฯ ยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งล่าสุดทางสตูดิโอตัดสินใจจะปล่อยฉายหนังใน 70 ประเทศทั่วโลกก่อน โดยยกเว้นอเมริกาไว้ ถือว่าแปลกจากขนบเดิมที่มักจะฉายหนังทั่วโลกพร้อมกับอเมริกา โดยประเทศไทยจะเป็นกลุ่มแรกที่เข้าฉายเช่นกัน

 

โดย TENET คือผลงานชิ้นล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับวิสัยทัศน์ก้าวไกล ที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง The Dark Knight ไตรภาค, Inception, Interstellar และ Dunkirk ที่โกยฐานแฟนคลับจากทั่วโลกไว้มากมาย ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ พล็อตที่มีความซับซ้อน ยากแก่การคาดเดา รวมถึงโนแลนมักเก็บรายละเอียดของหนังเป็นความลับก่อนฉายเสมอ เช่นเดียวกับ TENET ที่อีกเพียงไม่ถึงเดือนจะเข้าฉายแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมเผยรายละเอียดมากนัก รวมถึงพล็อตหนังที่ทราบกันเพียงว่า เกี่ยวข้องกับภารกิจของสายลับที่ต้องหยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงจารกรรมและการไหลย้อนของเวลา..ซึ่งอ่านแล้ว หลายคนอาจจะยังงงว่ามันคืออะไรกัน ซึ่งคงต้องไปหาคำตอบกันในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

 

สำหรับหนังเรื่องนี้ได้ จอห์น เดวิด วอชิงตัน ทายาทของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง เดนเซล วอชิงตัน มารับบทนำ ประกบพระเอกหนุ่มแวมไพร์ โรเบิร์ต แพททินสัน ซึ่งเป็นการกลับมาแสดงในหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกในรอบหลายปี ก่อนที่ปีหน้าจะเจอกับโรเบิร์ต อีกครั้งใน The Batman นอกจากนี้หนังยังมีนักแสดงขาประจำของโนแลน อย่าง ไมเคิล เคน และเคนเนธ บรานาห์ ร่วมแสดงอีกด้วย ส่วนใครที่อดทนรอ TENET ไม่ไหว เดือนสิงหาคมนี้ ทางวอร์เนอร์เลยจัดผลงานชิ้นก่อนของเขากลับมาเข้าโรงอีกครั้ง ประกอบด้วย Interstellar ในวันที่ 6 สิงหาคม และ Inception ในวันที่ 12 สิงหาคม โดยทั้งสองเรื่องจะเข้าฉายในระบบ IMAX ด้วย

 

▶ เข้าฉายวันที่ 27 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

Unhinged



 

นี่คือหนังทริลเลอร์เขย่าขวัญผลงานชิ้นล่าสุดของ รัสเซล โครว์ จาก Gladiator และ A Beautiful Mind ในบทชายเลือดร้อนหลังพวงมาลัย เมื่อคุณแม่ยังสาวคนหนึ่ง ดันบีบแตรใส่รถของเขา ชายคนนี้เรียกร้องให้เธอขอโทษแต่เธอกลับหยาบคายใส่ ด้วยความโกรธแค้น เขาจึงทำทุกทางเพื่อตามอาฆาตเธอ จากเหตุแค่การบีบแตรบนท้องถนน นำมาสู่ความรุนแรงและความกลัวที่ครอบครัวของเธอต้องเผชิญ Unhinged เล่าถึงเหตุการณ์ง่ายๆที่เราอาจพบเจอได้ตามท้องถนนทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่รถติด และผู้ขับขี่ทุกคนเริ่มหมดความอดทน

 

สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นผลงานการเขียนบทของ คาร์ล เอลเวิร์ธ ที่เคยฝากผลงานการเขียนสคริปหนังทริลเลอร์เขย่าขวัญบีบอารมณ์ไว้มากมายทั้ง Red Eye, Disturbia และ The Last House on The Left โดยเดิมทีก่อนจะมีโควิด-19 หนังถูกวางโปรแกรมไว้เดือนกันยายน แต่พอสถานการณ์โรคระบาดเกิดขึ้น หนังเรื่องอื่นทยอยย้ายหนี แต่ Unhinged กลับขอเป็นผู้เสี่ยงตาย อยากเป็นหนังเรื่องแรกที่เข้าฉายในสหรัฐฯเพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์ในโรงหนังให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยล่าสุดหนังวางโปรแกรมไว้ปลายเดือสิงหาคมในอเมริกา ส่วนในไทยโชคดีที่พวกเราจะได้ดูกันก่อนในสัปดาห์วันแม่ โดยไทยถือว่าเป็นประเทศแรกๆในเอเชียและในโลกที่จะได้ชมเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากระบบปกติแล้ว ยังเข้าฉายในระบบ 4DX อีกด้วย

 

▶ เข้าฉายวันที่ 12 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

Project Power



 

หนังซูเปอร์ฮีโร่อะดรีนาลีนพุ่งพรวดตามสไตล์ของ สองผู้กำกับ แอเรียล ชูแมน และเฮนรี่ จูส ที่แจ้งเกิดจาก Paranormal Activity ภาค 3-4 และสานต่อด้วยหนังระทึกขวัญวัยรุ่นสุดมันส์อย่าง Nerve ที่ขอจับโปรเจกต์ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยงานนี้ดึงเอาสองนักแสดงแถวหน้าอย่าง เจมี่ ฟ็อกซ์ (จาก The Kingdom, Ray) มาประกบกับ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ (จาก 500 Days of Summer, The Dark Knight Rises) โดย Project Power เป็นส่วนผสมระหว่างหนังแอ็กชั่น ที่ผสานกับหนังแนวอาชญากรรม และมีกลิ่นอายของหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูน

 

พล็อตของหนังเรื่องนี้เล่าถึงยาลึกลับ ที่เมื่อใครก็ตามที่กินเข้าไปแล้ว จะมีพลังเหนือมนุษย์ได้นาน 5 นาที แต่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าพลังจะเป็นอะไร กระนั้นใครๆก็อยากจะลองยาตัวนี้ เพื่อใช้พลังในการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ต่างกับ อาร์ต (รับบทโดย เจมี่ ฟ็อกซ์) เขาคือชายที่พยายามจะสืบหาองค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังยาตัวนี้ และโค่นล้มเสีย เพื่อตามหาลูกสาวเขาที่หายตัวไป ด้วยความร่วมมือกับ แฟรงก์ (รับบทโดย โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์) ชายลึกลับที่มีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝง จากตัวอย่างภาพยนตร์ Project Power ดูจะเป็นหนังแอ็กชั่นในสไตล์ไม่ซ้ำใคร สำหรับใครที่กระหายหนังฟอร์มใหญ่หลังจากห่างหายไปเพราะโรงหนังปิด ต่อจาก The Old Guard แล้ว นี่คือหนังทุนสูงใน Netflix ที่น่าจะพอดับกระหายอยู่ได้พอสมควร

 

▶ เข้าฉายวันที่ 14 สิงหาคม – ใน NETFLIX เท่านั้น

 

 

The New Mutants



 

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ในตำนาน ที่แฟนๆรอนานเหลือเกินกว่าจะได้ดู เพราะเลื่อนฉายมาแล้วหลายต่อหลายรอบ แรกเริ่มเดิมที นี่คือหนังแห่งความหวังของค่ายฟ็อกซ์ ที่จะต่อยอดหนังฮีโร่เครือ X-Men ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากเส้นเรื่องหลัก หลังความสำเร็จของ Deadpool ที่กวาดรายได้ไปอย่างงดงาม ทางค่ายจึงวางแผนจะสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีกลิ่นอายหนังสยองขวัญ จึงเป็นการถือกำเนิดเรื่องนี้ เล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นมนุษย์กลายพันธุ์ (หรือมิวแตนท์) ที่ถูกจับไปขังไว้ในสถานบำบัดที่คล้ายคุก ณ ที่แห่งนี้พวกเขาได้เรียนรู้ถึงพลังของตนเองและการควบคุม จนกระทั่งพวกเขาวางแผนจะหนีออกไปจากที่ดังกล่าวเพื่อชีวิตที่อิสระ โดยหนังได้ จอช บูน ผู้กำกับจากหนังวัยรุ่นเรียกน้ำตาอย่าง The Fault In Our Star มาคุมบังเหียนหนังเรื่องนี้

 

หนังเปิดกล้องถ่ายทำกันไปตั้งแต่กลางปี 2017 โดยมีกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่งร่วมแสดงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อันยา เทย์เลอร์ จอย เจ้าแม่หนังสยองขวัญคนใหม่จาก Split และ The Witch ประกบกับ เมซี่ วิลเลี่ยมจากซีรีส์ Game of Thrones และชาลี ฮีตตั้น จากซีรีส์ Stranger Things และวางโปรแกรมเข้าฉายในปีถัดมา แต่เพราะผลลัพธ์ยังไม่ถูกใจผู้บริหารของสตูดิโอ ที่อยากเปลี่ยนให้หนังน่ากลัวมากขึ้นเลยวางแผนจะถ่ายทำซ่อม ทำให้หนังต้องถูกเลื่อน แต่ต่อมาเมื่อค่ายฟ็อกซ์ถูกดิสนีย์ซื้อกิจการ ทำให้หนังถูกเลื่อนไปอีก และเตรียมจะฉายจริงๆในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เพราะโควิด-19 ทำพิษ ทำให้หนังต้องขยับมาลงในเดือนสิงหาคมนี้ ถ้าไม่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไปมากกว่านี้ เราคงจะได้ดู The New Mutants กันในโรงอย่างแน่นอน

 

▶ เข้าฉายวันที่ 27 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

The Hunt



 

นี่คือภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องล่าสุดของ Blumhouse Production ค่ายหนังเขย่าขวัญมาแรงแห่่งยุค เจ้าของผลงานหนังระทึกยอดฮิตในยุคหลังมากมาย ไล่ตั้งแต่ Paranormal Activity, Insidious, The Purge ไล่มาจนถึง Get Out และ The Invisible Man โดยหนังเรื่องนี้เล่าถึงกลุ่มคนแปลกหน้า 12 คน ที่ถูกจับมาทิ้งไว้กลางป่าอย่างเป็นปริศนา ไม่นานพวกเขาก็พบว่าตัวเองนั้นตกเป็นเหยื่อในการไล่ล่าของคนรวย เมื่อคนมีตังค์เหล่านี้ตัดสินใจ ไล่ฆ่าคนเพื่อเป็นการ "กีฬา" พวกเขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อหนีตายเอาตัวรอด โดยที่ไม่รู้เลยว่าใครคือคนล่าพวกเขา

 

นอกจากจะเป็นหนังระทึกขวัญไล่ล่ากันอย่างเลือดสาดแล้ว The Hunt ยังได้รับการกล่าวถึงว่า เป็นหนังที่เสียดสีการเมืองในสังคมอเมริกันอย่างเจ็บแสบอีกด้วย โดยเดิมทีหนังจะเข้าฉายในอเมริกาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่ดันเกิดเหตุกราดยิงในชุมชนขึ้น ซึ่งมีความใกล้เคียงกับพล็อตในหนังเรื่องนี้ ทางค่ายยูนิเวอร์แซลจึงตัดสินใจดีเลย์หนังออกไปก่อนเพื่อความเหมาะ จนกระทั่งได้มาฉายในอเมริกาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เพราะสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้โปรแกรมฉายในไทยถูกขยับมาในเดือนสิงหาคมนี้ โดยหนังมีนักแสดงเจ้าของสองรางวัลออสการ์อย่าง ฮิลารี่ สแวงค์ จาก Boys Don't Cry และ Million Dollar Baby ร่วมแสดงด้วย

 

▶ เข้าฉายวันที่ 12 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

Tesla



 

เมื่อปีก่อน คอหนังเพิ่งได้ชม The Current War กันไป ผลงานของพระเอก เบเนดิกท์ คัมเบอร์แชต์เรื่องดังกล่าวเล่าถึงสงครามระหว่างสองนักประดิษฐ์กระแสไฟฟ้า อย่างโทมัส อัลวา เอดิสัน และจอร์จ เวสติ้งเฮาท์ ส่วนในปีนี้ก็มีภาพยนตร์อีกเรื่องที่เล่าเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันอย่าง Tesla แต่เปลี่ยนโฟกัสมาที่ "นิโคลา เทสลา" นักประดิษฐ์อัจฉริยะที่เชื่อมั่นในกระแสไฟฟ้าสลับ ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อของ เอดิสัน ทำให้เกิดเหตุการณ์โจมตีกันเกิดขึ้น

 

ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง The Current War เมื่อปีก่อน มีนิโคลัส โฮสต์ จาก Mad Max : Fury Road มารับบทเทสลา ส่วน Tesla ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่หยิบยกเอาเรื่องราวของอัจฉริยะผู้นี้มาเป็นตัวละครนำ ได้ อีธาน ฮอว์ก นักแสดงยอดฝีมือจาก Before Sunrise มาสวมบทดังกล่าว โดยหนังเรื่องนี้เปิดฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อปลายเดือนมกราคมปีที่ผ่านในเทศกาลหนัง Sundance และสามารถกวาดคำชมมาได้อย่างล้นหลาม จนหนังได้คะแนนเฉลี่ยนักวิจารณ์จาก Rotten Tomatoes ไปถึง 92% สูงกว่าภาพยนตร์เรื่อง The Current War ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันเสียอีก

 

▶ เข้าฉายวันที่ 27 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

The Truth



 

ถ้าจะกล่าวถึงผู้กำกับหนังชาวญี่ปุ่นที่โด่งดังมากๆในยุคนี้ โดยเฉพาะในไทยที่มีแฟนหนังของเขาเยอะมาก ต้องยกให้ "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของผลงานหนังดราม่าเข้มข้นพล็อตเรียกน้ำตามากมาย ทั้ง Nobody Know, Air Doll, Our Little Sister, Like Father Like Son ที่แต่ละเรื่องล้วนเป็นผลงานที่น่าจดจำ จนกระทั่งล่าสุดคือ Shoplifter ที่สามารถคว้ารางวัลปาล์มทองคำ รางวัลใหญ่สุดของเทศกาลหนังเมืองคานส์ได้เมื่อ 2 ปีก่อน (ก่อนที่ปีถัดมา Parasite จะคว้ารางวัลเดียวกันนี้

จนกระทั่งผลงานล่าสุดของเขาอย่าง The Truth กลายเป็นหนังเรื่องแรกของ โคเรเอดะ ที่พูดภาษาอังกฤษ หลังจากก่อนหน้านี้ทำหนังญี่ปุ่นมาโดยตลอด แต่เรื่องนี้เป็นการร่วมทุนสร้างระหว่างบริษัทของฝรั่งเศสกับญี่ปุ่น โดยหนังได้นักแสดงรุ่นใหญ่ของฝรั่งเศส อย่างแคทเธอรีน เดอเนิร์ฟ มารับบทนำ ประกบกับ อีธาน ฮอว์ก จาก Before Sunrise และจูเลียต บิโนช จาก The English Patient โดยหนังเล่าเรื่องราวของ นักแสดงหญิงรุ่นใหญ่ในฝรั่งเศส (แน่นอนว่ารับบทโดย แคทเธอรีน เดอเนิร์ฟ) ที่ไม่ลงรอยกับลูกสาว ซึ่งแต่งงานและมีครอบครัวอยู่ที่นิวยอร์ก จนกระทั่งวันหนึ่งลูกสาวต้องเดินทางกลับมายังฝรั่งเศส และสานสัมพันธ์กับคุณแม่อีกครั้ง 

 

สำหรับ The Truth ไปเปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสเมื่อปีที่แล้ว และได้รับเสียงตอบรับอย่างดี โดยมีแพลนจะฉายในอเมริกาและอังกฤษตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ติดสถานการณ์โควิด-19 เสียก่อน จึงต้องเลื่อนไปจนกว่าโรงหนังจะเปิด ส่วนในไทยนั้น แฟนๆของโคเรเอดะจะได้ชมกันเลยในเดือนสิงหาคมนี้ ต้องมาพิสูจน์กันว่า เมื่อเขากำกับหนังนอกญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แล้วรสชาติจะถูกปากแฟนๆหรือไม่

 

▶ เข้าฉายวันที่ 6 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

Black Water : Abyss



 

ย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ได้มีหนังเขย่าขวัญสัญชาติออสเตรเลียเรื่อง Black Water เข้าฉาย และได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงจากเหยื่อที่โดนจระเข้โจมตีทางตอนเหนือของออสเตรเลีย โดยหนังเล่าถึงเหตุการณ์ในป่าชายเลนแห่งหนึ่ง เมื่อหญิงตั้งครรภ์พร้อมด้วยแฟนหนุ่มและน้องของเธอ ถูกจับจ้องให้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของจระเข้สายพันธุ์ที่ดุร้าย หนังกวาดรายได้ไปอย่างน่าพอใจและได้รับคำชมจากนักวิจารณ์กว่า 79% จนกระทั่งมีภาคต่อตามออกมาในปีนี้

 

โดย Black Water : Abyss เล่าถึงกลุ่มนักสำรวจที่พยายามจะโรยตัวลงไปยังถ้ำร้างขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง เพื่อสำรวจว่าในนั้นมีอะไร แต่พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าสิ่งที่จะตามมา อันตรายยิ่งกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้ เมื่อเกิดพายุพัดขนาดหนักทำให้ทางออกทุกทางถูกปิดตาย ทำให้กลุ่มนักสำรวจต้องเผชิญกับสัตว์ร้ายสุดอันตราย ที่ไม่มีทางหนีพ้น

 

▶ เข้าฉายวันที่ 12 สิงหาคม – ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

********************************************

ติดตามคอลัมน์ SO WATCH และ ฟังวิทยุออนไลน์ Chill Online Work hard Chill Hard ได้ที่ 
www.chillfm.fm และที่
Application : Atimeonline โหลดฟรีที่ App Store และ Play Store
Facebook : Chill FM
Instagram : chillfmfanpage
Twitter : chillfmfanpage
 
******************************************
 
SO WATCH

BY GOSSIPGUN